<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" version="2.0">
  <channel>
    <title><![CDATA[บทความ]]></title>
    <link>https://www.kengsohigh.com/article/</link>
    <description><![CDATA[บทความ]]></description>
    <pubDate>Wed, 15 Apr 2026 22:15:41 +0000</pubDate>
    <generator>Zend_Feed</generator>
    <docs>http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss</docs>
    <item>
      <title><![CDATA[บรรยากาศ Perfume Work Shop @100Drops Perfume Studio ]]></title>
      <link>https://www.kengsohigh.com/article/100dropsperfumeclass/</link>
      <description><![CDATA[]]></description>
      <pubDate>Sat, 17 Apr 2021 11:19:07 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[Perfume Studio สำหรับผู้ที่สนใจศาสตร์แห่งการปรุงน้ำหอม ... เปิดแล้ว !!]]></title>
      <link>https://www.kengsohigh.com/article/perfumeclass/</link>
      <description><![CDATA[<div class="col1"><img src="https://www.kengsohigh.com/media/wysiwyg/blog/4.jpg" />
<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<span style="font-size: small; color: #808000;"><strong>Perfume Studio สำหรับผู้ที่สนใจศาสตร์แห่งการปรุงน้ำหอม ... เปิดแล้ว !!</strong></span></div>
<div><span style="color: #808000;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;<em>ก้าวแรกสู่การปรุงน้ำหอมแบบมืออาชีพ ที่ครอบคลุมการดีไซน์กลิ่นและการหัดผสมโดยใช้ accords มากมาย</em></span> ซึ่งคุณจะได้เรียนรู้ Top note, Heart note และ End note ผ่าน accords มากมายกว่า 40 ชนิดและใช้กฎ 100 หยดในการปรุงกลิ่นใหม่</div>
<div></div>
<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<em><span style="color: #808000;"><strong>Accords เหล่านี้เป็นแนวกลิ่นที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ</strong></span></em>เพื่อการประกอบกันเป็นกลิ่นน้ำหอมที่สมบูรณ์แบบ <span style="color: #333333;">ง่ายต่อผู้ที่เพิ่งสนใจศาสตร์แห่งการปรุงน้ำหอมรวมถึงผู้ที่ต้องการฝึกความเชี่ยวชาญในด้านการผสานกลิ่น&nbsp;</span>วิธีนี้เป็นวิธีเดียวกันที่แลบปรุงน้ำหอมระดับสากลใช้ปูทางการเรียนรู้ให้กับ Apprentice Perfumer เมื่อมีความเชี่ยวชาญในการผสมกลิ่นแล้ว จะง่ายต่อการใช้ Aroma chemical ได้เองโดยอัตโนมัติ</div>
<div></div>
</div>
<div class="col2" style="text-align: justify;">
<div><img src="https://www.kengsohigh.com/media/wysiwyg/blog/2.jpg" /></div>
<div>&nbsp; &nbsp; &nbsp;<em>"ในคลาสแรกนี้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นอย่างแท้จริงและไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้สารหอมในการปรุงน้ำหอมเป็นแล้วเว้นเสียแต่ต้องการใช้แอคคอร์ดที่มีสารหอมพิเศษบางตัว"</em></div>
</div>
<div><img src="https://www.kengsohigh.com/media/wysiwyg/blog/3.jpg" /></div>
<div class="o9v6fnle cxmmr5t8 oygrvhab hcukyx3x c1et5uql ii04i59q">
<div>====</div>
<div><span style="color: #808000;">Place : ชั้น 2 Urban square ติดม.ธุรกิจบัณฑิตย์</span></div>
<div><span style="color: #808000;">Opening hour : 11.00-20.00 น. / Wed - Sun</span></div>
<div><span style="color: #808000;">วันละ 3 รอบ (รอบ 11.00,14.00,17.00)</span></div>
<div><span style="color: #808000;">ระยะเวลา 3 ชั่วโมง</span></div>
<div><span style="color: #808000;">Price : 3,500 บาท&nbsp;</span></div>
</div>
<div class="o9v6fnle cxmmr5t8 oygrvhab hcukyx3x c1et5uql ii04i59q"></div>
<div class="o9v6fnle cxmmr5t8 oygrvhab hcukyx3x c1et5uql ii04i59q">
<div><strong><span style="color: #ff9900;">สนใจติดต่อ Tel. 083-3639846</span></strong></div>
</div>]]></description>
      <pubDate>Wed, 14 Apr 2021 05:47:51 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[Chypre accord ผิวไม้และไอน้ำ]]></title>
      <link>https://www.kengsohigh.com/article/chypre/</link>
      <description><![CDATA[<div class="col1" style="text-align: justify;">
<p><span style="font-size: small;">ร้อนรนระคนฝนฉ่ำ ... สภาพอากาศที่ตรงกันข้ามกันอย่างสุดขั้วนี้คือต้นกำเนิดแนวกลิ่นที่ถูกจารึกไว้แห่งยุค "ชิพเพรอร์"</span></p>
<p><img alt="" src="https://www.kengsohigh.com/media/wysiwyg/article/1677-2.jpg" /></p>
<p style="text-align: left;"><span style="font-size: small;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ผมพูดถึงไอดินกลิ่นฝนมากหลายครั้งแล้วในรอบ 12 ปีที่ทำน้ำหอมมา จนทุกวันนี้วลีคำนี้กลายเป็นหัวข้อข่าวบ้างหรือแม้กระทั่งชื่อนิยาย คงจะมีลูกศิษย์ที่นั่งเรียนในคลาสจำและชอบวลีนี้ได้ดีเพราะในทุกปีจะมีควิซเกี่ยวกับคำนี้เพื่อแจกของรางวัล ... เพื่อไม่ให้เหยียบรอยเท้าตัวเอง วันนี้ผมจะมาเล่าปรากฎการณ์ทางกลิ่นที่เกี่ยวข้องกับฝนให้อ่านกันสนุกๆครับ</span></p>
<div class="text_exposed_show">
<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;หากไอดินกลิ่นฝนคือกลิ่นไอระอุของสปอร์พืชและแบทีเรียที่ระเหยขึ้นไปในอากาศแล้ว ... กลิ่นชิพเพรอร์ก็คือกลิ่นของ "ผิวไม้และไอน้ำ" ที่ดมแล้วหอมนุ่มลุ่มลึก</p>
<p align="left"><span><strong><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;คำนี้ถูกบัญญัติเป็นแนวกลิ่น (accord) ที่สำคัญในโลกของน้ำหอมเทียบเท่าแม่สีในโลกของการวาดภาพ โดยใช้กันมาตั้งแต่ปี 1917 โดยเฮ้าส์ผลิตน้ำหอมแห่งแรกที่ยังดังจนถึงปัจจุบันนั่นก็คือ Coty นั่นเอง</span></strong></span></p>
<p align="left"><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;</span></strong></span></p>
</div>
</div>
<div class="col2" style="text-align: justify;">
<p align="left"><span style="color: #cc6600; font-size: small;"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; Chypre อ่านว่า ชิพ-เพรอร์ เป็นกลิ่นที่ถูกอธิบายไว้อย่างหลากหลายมากๆ ซึ่งผมเชื่อว่าต่อให้เขียนไว้ดีๆยังไง ถ้าไม่เคยดมกับจมูกตัวเองก็คงนึกตามได้ยากแม้ว่าน้ำหอมโทนนี้มีเกลื่อนมากในตบาดน้ำหอม บ้างก็ว่าเป็นกลิ่นโคลน ... บ้างก็ว่าเป็นกลิ่นใบเฟิร์น ... บ้างก็ว่าเป็นกลิ่นส้มช้ำๆ แต่สำหรับผมแล้ว มันคือกลิ่น "ไม้เปียกน้ำ"</strong></span></p>
<p align="left"></p>
<p>&nbsp; &nbsp;กลิ่นชิพเพรอร์ค่อนข้างมีความอับ มีบอดี้ที่หนักแน่น อบอวลหรือบางคนเรียกว่า อึน ... กลิ่นที่หนักแน่นนี้เองที่ทำให้คนในสมัยก่อนชอบแอคคอร์ดนี้แลพใช้มันเพียวๆเพื่อกลบกลิ่นตัว (เอาจริงๆแล้วมันไม่ได้กลบกลิ่นแต่ไปปรุงกลิ่นตัวใหม่เลย) ให้กลายเป็นกลิ่นหรูหราปนลึกลับ กลิ่นเปรี้ยวของกลิ่นตัวผสมกับกลิ่นขมแบบชิพเพรอร์แล้วไปกันได้ดีครับ</p>
<p style="text-align: center;"><strong>ตัวอย่างสูตรง่ายๆของ Modern Chypre ก็ตามนี้เลย</strong><br />-<span style="color: #ff00ff;"><strong>Top</strong></span>-<br />Bergamot, Geranium, Lemon<br />-<span style="color: #ff00ff;"><strong>Middle</strong></span>-<br />Rose (Citronellol), Rose (Rhodinol), Jasmine (Jasmolactone), Violet (b-ionone)<br />- <span style="color: #ff00ff;"><strong>Base</strong></span> -<br />Vetiver, Patchouli, Sandalwood, Oakmoss</p>
<p>ซึ่งเอาจริงๆแล้วกลิ่นหลักๆที่เรียกว่าเป็นตัวแทนของ Chypre นั่นก็คือ Patchouli และ Moss ครับ ที่เหลือก็คือตัว Bridging เท่านั้นเอง</p>
<p>--------------</p>
<p align="left"></p>
<p>&nbsp; &nbsp;จบจากยุค Classic ก็มาสู่ยุค Modern ... Chypre ถูกปรับแต่งใหม่จากผลลัพธ์ที่ผสมกลิ่นเปรี้ยวจากกลิ่นตัวแล้วหอม ด้วยการผสมกลิ่นเปรี้ยวๆลงไปด้วยเลยเช่นกลิ่นจากผิวส้ม กลิ่นจากกำยานหรือกลิ่นจากยางไม้จำพวกสน ทำให้เกิดเป็นเอกลักษณ์ใหม่ที่ใช้งานง่ายและหล่กหลายยิ่งขึ้นครับ</p>
<p>ไม่ได้ตั้งใจจะเขียนคอนเทนท์ลึกขนาดนี้แต่อารมณ์มันพาไป 555</p>
<p>สรุปง่ายๆแล้วกัน ... ฝนตกแบบอากาศร้อนระอุแบบนี้ ผมได้กลิ่นไม้เปียกน้ำมากกว่ากลิ่นไอดินครับ</p>
<p>แล้วกลิ่นไม้เปียกน้ำนี่แหละที่เรียกว่า Chypre แอคคอร์ดที่สำคัญของวงการน้ำหอม</p>
<p>---------------</p>
<p>Chypre เป็นกุญแจกดอกสำคัญที่ทำให้น้ำหอมดูหรู ดูแพง ใครที่เป็นสายแรง ฉีดน้ำหอมแล้วคนอื่นต้องรู้ ต้องหันควับ ควรทำความรู้จักกับคำคำนี้นะครับ</p>
<p>สำหรับน้ำหอม KSH ที่มี accord chypre ได้แก่<br /><span style="text-decoration: underline;"><strong>1. <span style="color: #ff9900; text-decoration: underline;"><a href="https://www.kengsohigh.com/re01-flor.html" target="_blank"><span style="color: #ff9900; text-decoration: underline;">Renaissance</span></a> </span></strong></span>- กลิ่นนี้ใช้เถอะ สมดุลในทุกๆด้าน<br />2. <strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #ff9900; text-decoration: underline;"><a href="https://www.kengsohigh.com/wmj01-mkald.html" target="_blank"><span style="color: #ff9900; text-decoration: underline;">Wild musk jasmine</span></a></span> </span></strong>- ฉีดผสมกับ renaissance แล้วหอมมากจริงๆ เขาลองกันหมดแล้ว คุณลองหรือยัง<br />3. <span style="text-decoration: underline;"><strong><a href="https://www.kengsohigh.com/cf01-orgm.html" target="_blank"><span style="color: #ff9900; text-decoration: underline;">Cafe noir</span> </a></strong></span>- กลิ่นกาแฟที่เท่ หรูและแนวกว่ากลิ่นไหนๆ<br />4.<span style="text-decoration: underline;"> <strong><span style="color: #ff9900; text-decoration: underline;"><a href="https://www.kengsohigh.com/ch02-frot.html" target="_blank"><span style="color: #ff9900; text-decoration: underline;">Charisma</span></a></span></strong></span> - ความเป็น Chypre ที่ทันสมัยที่สุดและดูมีราคามากที่สุด</p>
<p>// แล้วคุณล่ะ ... ฝนตกแบบนี้นึกถึงกลิ่นอะไรกัน //</p>
</div>]]></description>
      <pubDate>Wed, 18 Sep 2019 09:12:32 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[อาการของคนแพ้ (น้ำหอม)]]></title>
      <link>https://www.kengsohigh.com/article/content51/</link>
      <description><![CDATA[<div class="col1" style="text-align: justify;">
<p><span style="font-size: small;">ไม่น่าเชื่อนะครับ ว่าทุกวันนี้มีคนนับแสนคนต่อวันที่กำลังประสบอาการแพ้น้ำหอมอยู่ทั้วโลก .... ทั้งๆที่คนเราชอบของหอมมากกว่าของเหม็น แต่ของหอมๆอย่างน้ำหอมก็สามารถเป็นอาวุธทำร้ายร่างกายของเราได้มากกว่ากลิ่นตดเสียอีก</span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ตดเหม็นๆ อย่างมากก็ลอยมาวูบเดียว แล้วมันก็ผ่านไป ไม่น่าจะมีโทษอะไร ถ้าไม่ได้โกรธคนตดอยู่เป็นทุนเดิม ...</span></p>
<p><img alt="" src="https://www.kengsohigh.com/media/wysiwyg/Climate-Change-May-Worsen-Sneezin-Season-1440x810.jpg" /></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;คนที่แพ้น้ำหอมหรือกลิ่นหอมเหล่านี้เจอได้ทั่วไป .... บางครั้งพบว่าขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย อารมณ์ และการสะสมของกลิ่นหอมในช่วงเวลานั้นๆ นั่นหมายความว่า ตอนนี้คุณอาจไม่แพ้ เพราะมันไม่แสดงอาการ แต่เมื่อไรที่คุณไม่สบาย พักผ่อนน้อย หรือดมน้ำหอมมากเกินเหตุ คุณก็อาจจะแสดงอาการเหล่านี้ออกมาก็ได้ครับ</span></p>
</div>
<div class="col2" style="text-align: justify;">
<p align="left"><span style="font-size: small;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<strong><span style="color: #cc6600;">คนที่แพ้น้ำหอมจะเริ่มต้นด้วยอาการเหล่านี้ตามลำดับครับ&nbsp;แสบตา ริมฝีปากแสบซู่ซ่าไปจนถึงปากลอก แสบคอ(แบบเย็นวูบเลยล่ะ)จนทำให้เจ็บคอ&nbsp;เมื่อแขนเมื่อขา และอ่อนล้าที่กล้ามเนื้อต่างๆ หากหนักหน่อยก็จะปวดหัวร่วมด้วย ไปจนถึงหมดสติไปเลยครับ</span></strong></span></p>
<p align="left"><span style="color: #cc6600; font-size: small;"><strong>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อาการเรื้อรังที่พบคือ ทำให้เกิดภาวะหอมหืด โพรงจมูกอักเสบและมีติ่งเนื้องอกได้</strong></span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; วิธีการแก้ไขเบื้องต้นคือ&nbsp;หลีกหนีจากบริเวณนั้นทันทีที่พบว่าเกิดอาการผิดปกติ&nbsp;และไปอยู่พื้นที่ปราศจากกลิ่น (Fragrance free zone)&nbsp;เลิกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมทุกชนิดครับ</span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; อันที่จริงเป็นวิธีแก้ไขแบบครอบจักรวาล เพราะการแพ้กลิ่นหอมนั้นส่วนใหญ่คนเราจะแพ้เพียงองค์ประกอบทางเคมีบางชนิดในนั้นเท่านั้นครับ</span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผมไม่เคยสนใจเรื่องนี้เลยให้ตายสิ ... แต่ตอนนี้เป็นกูรูเรื่องแพ้กลิ่นน้ำหอมไปแล้ว เพราะผมเพิ่งจะแพ้มาสดๆร้อนๆเลยครับ</span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; 2&nbsp;วีคที่ผ่านมา งานผสมน้ำหอมของผมเยอะมากๆ เยอะจนล้น .... ผมต้องผสมกลิ่นใหม่ๆ 12 ชม.ต่อวัน เพราะเป็นหน้าที่ (เพียง 1 ส่วน แต่อีก 9 ส่วนที่เหลือคือกิเลสของตัวเอง&nbsp;555) ผมดมน้ำหอมจนเหงื่อผมมีกลิ่นล่ะ</span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; และในที่สุดวันนี้ผมก็ปากลอก เจ็บคอ หายใจลำบาก เพลียอย่างสุดๆ จนผมต้องบอกตัวเองให้หยุดผสมน้ำหอมชั่วคราวก่อนครับ</span></p>
<p align="left"><span style="font-size: small;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; เซ็งเป็ด เซ็งห่านเหมือนกัน แต่ก็เพื่อตัวเองครับ ... ช่วงนี้เลยไม่มีน้ำหอมใหม่ๆเลย (แต่น้ำหอมเก่าๆที่บ่มเอาไว้ก็ดูเหมือนจะมีกลิ่นนึงที่หอมใช้ได้เลย)</span></p>
</div>]]></description>
      <pubDate>Tue, 06 Jun 2017 09:18:17 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[น้ำหอมสำหรับหน้าฝน]]></title>
      <link>https://www.kengsohigh.com/article/content4/</link>
      <description><![CDATA[<div class="col1">
<p><span style="font-size: small;">สวัสดีหน้าฝนครับ ... ฤดูที่ชาวตะวันตกไม่รู้จัก แต่เป็นฤดูที่ประเทศเขตร้อนชื้นแนวเส้นศูนย์สูตรต้องเจอกันทุกปี<br />จึงไม่หน้าแปลกใจอะไรที่ไม่ค่อยมีน้ำหอมที่ทำออกมาเพื่อฤดูนี้โดยเฉพาะ .... และจัดเป็นฤดูปราบเซียนกันเลยทีเดียว<br /><br />ลองดูสิครับ หากคุณใช้น้ำหอมไม่เป็น และยังเป็นชนชันกรรมาชีพ ต้องออกไปทำงานกลางแจ้งบ้าง ตากฝนบ้าง<br />ถูกไอชื้นบ้าง กลิ่นอับ ผสมกลิ่นเหงื่อจะเป็นยังไง...<br /><br />น้ำหอมที่ใช้ในหน้านี้ จึงควรที่จะเป็นกลิ่นหอมสดชื่น ออกแนวดอกไม้ขาวสำหรับผู้หญิง หรือออกแนวซิตรัส ผสมกลิ่นไอน้ำทะเล หรืออากาศเย็นๆ สำหรับผู้ชาย<br /><br />ดูแล้วอาจไม่ค่อยต่างจากหน้าร้อนเท่าไร แต่จริงๆแล้วต่างกันนะครับ .... เอาล่ะ ไม่อธิบายกันมาก มาถึงตัวอย่างกันเลยดีกว่าครับ ^^<br /></span></p>
<img alt="" src="https://www.kengsohigh.com/media/wysiwyg/C_71_article_1313868_image_list_image_list_item_4_image.jpg" style="display: block; margin-left: auto; margin-right: auto;" />
<p><span style="font-size: small;"><br /></span><span style="font-size: small;"><strong>น้ำหอมสำหรับผู้ชาย</strong><br /><span style="color: #0000ff;">1. Jean fleur de Male</span>&nbsp;- กลิ่นหอมล้ำสไตล์เจ้าชายวินเทจ โทนกลิ่นหมู่มวลดอกไม้ที่พบได้เพียงกลิ่นนี้กลิ่นเดียวในบรรดาน้ำหอมผู้ชายทั้งหมดจนปัจจุบัน ให้ความหอมสะอาด ฟุ้งกระจาย กลบกลิ่นอับได้เป็นอย่างดี<br /><span style="color: #0000ff;">2. BVL for Men</span>&nbsp;- กลิ่นหอมสดชื่นคล้ายๆกับน้ำสไปรท์ในวูบแรก แล้วก็จะมีโทนกลิ่นหอมคล้ายๆดอกมะม่วงตามมา ให้ความสดชื่น เย็นสบาย แต่ยังไม่ทิ้งความสุขุม จึงสามารถใช้ได้ทั้งในช่วงเวลาทำงาน และช่วงเวลาลำลอง<br /><span style="color: #0000ff;">3. In2U for Him</span>&nbsp;- น้ำหอมสำหรับชายลึกลับ ที่ชอบเดินโปรยเสน่ห์ในวันฝนพรำ ตัวกลิ่นที่หอมสดชื่นเพียงวูบเดียวจากผลไม้ตระกูลซิตรัส แล้วรีบปิดม่านด้วยกลิ่นหอมเย้ายวนโทนคลาสสิค โทนกลิ่นผสมแบบนี้จะลอยไปได้ไกลในวันที่อากาศชื้นครับ ใช้แล้วชวนให้จินตนาการถึงหนุ่มเมืองผู้ดี<br /> </span></p>
</div>
<div class="col2" style="text-align: justify;"><span style="color: #0000ff;">4. Dunhill Fresh</span>&nbsp;- น้ำหอมที่ใช้ตัวโน๊ตเปลืองที่สุดกลิ่นหนึ่ง ท๊อปโน๊ตประกอบด้วย Basil และมินท์ ที่จะปรับเปลี่ยนกลิ่นอากาศรอบๆตัวให้หอมสดชื่นอย่างที่สุด ยามที่กลิ่นจางก็จะหอมอ่อนๆด้วยกลิ่นไม้ชื้นๆ ให้ความมีสไตล์ และความมีรสนิยมมากๆครับ<br /><span style="color: #0000ff;">5. Happy for Men</span>&nbsp;- กลิ่นนี้สงสัยจะใช้ได้ทุกฤดูสิน่า ... ชายหลายคนโหวตให้เป็นน้ำหอม Everyday use จากอานุภาพความสุขของมัน ใช้แล้วโลกสดใส กลิ่นโทนซตรัวเข้ากันได้ดีกับความร้อนและความชื้นครับ ใช้แล้วยิ้มอีกหน่อย รับรองว่าสาวๆติดชัวร์
<p><span style="font-size: small;"><strong>น้ำหอมสำหรับผู้หญิง<br /></strong><span style="color: #800080;">1. Burberry Brit Sheer</span>&nbsp;- กลิ่นหอมโทนชมพูเมทัลลิก หอมหวานตามผลไม้ฤดูฝน เช่นสับปะรด และลิ้นจี่ ให้ความฟุ้งกระจายไปได้ไกล ยิ่งมีกลิ่นอุ่นๆหวานๆ ของผิวสาวแล้ว กลิ่นนี้จะทำให้คุณแลดูเป็นคนน่ารัก น่ากอดทันทีครับ<br /><span style="color: #800080;">2. Kate Moss</span>&nbsp;- น้ำหอมสุดเซ็กซี่ที่จะเนรมิตคุณกลับไปสู่สาววัย 17 อีกครั้ง รักแรกที่ต้องเปียกฝนร่วมกับชายหนุ่ม คงเป็นกลิ่นที่หอมหวานคล้ายหมู่มวลดอกไม้ชมพู&nbsp;ยามใดที่หัวใจเต้น มันก็จะส่งกลิ่นให้อัดกระแทกใจออกไปเป็นจังหวะ&nbsp;กลิ่นนี้อาจจะคล้ายกับกลิ่นสบู่หรู&nbsp;ทำให้ดูเหมือนไม่จงใจใช้น้ำหอมเกินไปครับ<br /><span style="color: #800080;">3. Envy Me</span>&nbsp;-&nbsp;กลิ่นหอมที่แน่นอนแล้วว่าขึ้นทำเนียบน้ำหอมตัวแทนผู้หญิง&nbsp;ความละมุน อบอุ่น หอมหวาน เป็นตัวแทนของผู้หญิงได้ทุกๆแบบ ในวันที่อากาศชื้นๆ กลิ่นหอมหวานเหล่านี้จะลอยไปกับลม ราวกับมีทุ่งดอกไม้ชมพูอยู่ตรงนั้นเลยทีเดียว ผู้ชายส่วนใหญ่ชอบกลิ่นโทนนี้ครับ มันทำให้รู้สึกว่าอยากจะไปปกป้อง<br /><span style="color: #800080;">4. Happy Heart</span>&nbsp;-&nbsp;เปลี่ยนโทนมาเริ่มต้นด้วยความสดชื่นดีกว่า กลิ่นนี้ทำให้คุณ(และคนอื่น) รู้สึกถึงผ้าใหม่ๆ แสงอาทิตย์อุ่นๆ และความสดชื่นของรุ้งกินน้ำครับ กลิ่นนี้มีความติดทนดีเยี่ยม ซึ่งอาจติดได้นานกว่า 10ชั่วโมงเลยครับ&nbsp;&nbsp;<br /><span style="color: #800080;">5. D&amp;G The One</span>&nbsp;- น้ำหอมสีอำพันที่ใช้โน๊ตที่ไม่ค่อยพบในน้ำหอมผู้หญิงทั่วไปอันได้แก่เครื่องเทศต่างๆ ให้กลิ่นหอมที่เสพติดได้ คล้ายๆกับกลิ่นดอกกระดังงา ผู้ใช้ต้องมีความเซ็กซี่ในตัวสูง ถึงจะเหมาะแก่การใช้งาน เมื่อใช้ในสภาพเส้นศุนย์สูตรแบบบ้านเรา จะทำให้คุณดูเซ็กซี่ เร่าร้อน และอันตรายเลยทีเดียว<br /><br />เอาล่ะครับ ผมให้ตัวอย่างไปครบ 10 กลิ่นแล้ว<br />เลือกซื้อ เลือกชมกันได้เลยระกัน<br /> <img alt="" src="https://www.kengsohigh.com/media/wysiwyg/perfume-flammable_d1348d24c2a47304.jpg" style="display: block; margin-left: auto; margin-right: auto;" /> <br />ขอสงวนสิทธิ์บทความนี้นะครับ</span></p>
</div>]]></description>
      <pubDate>Tue, 06 Jun 2017 09:09:22 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[Musk Xylene สารก่อมะเร็งตัวใหม่ในน้ำหอม]]></title>
      <link>https://www.kengsohigh.com/article/content3/</link>
      <description><![CDATA[<div class="col1">
<p><strong>Musk Xylene</strong>&nbsp;เป็น Nitro musk ชนิดหนึ่งที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากหาซื้อง่ายและราคาถูก มีชื่อทางเคมีว่า 5-tert-butyl-2,4,6-trinitro-m-xylene</p>
<p>ก่อนอื่น เรามารู้จักสารจำพวก Musk กันก่อนดีกว่า ว่าแท้จริงแล้วมันคืออะไร และใช้ทำอะไร<br />Musk เป็นสารหอมชนิดหนึ่ง สามารถสกัดได้จากต่อมเพศบริเวณเหนือยเครื่องเพศของกวางเพศผู้ มีกลิ่นหอมอ่อนๆจนถึงกลิ่นคาวอุ่นๆ เนื่องจากการที่จะได้สารหอมชนิดนี้ เราจำเป็นต้องล้มกวางไซบิเรีย หรือกวางหิมาลายัน ทำให้สารหอมชนิดนี้มีราคาแพงมากๆ<br /><br />สารหอมชนิดนี้สำคัญต่อวงการน้ำหอมมากๆ&nbsp;(ดังจะหาอ่านได้จากบทความก่อนหน้านี้) เนื่องจากเป็นโน๊ตตัวหนึ่งที่สำคัญทั้งในแง่ของการปรุงกลิ่น โดยส่วนใหญ่มักทำให้กลิ่นหอมสว่างไสวขึ้น อ่อนโยนขึ้น เซ็กซี่ขึ้น และกระตุ้นอารมณ์ได้มากขึ้น(คนที่ช่ำชองเรื่องบนเตียง จะคุ้นเคยกับกลิ่นแบบนี้เป็นพิเศษ) และหน้าที่สำคัญของมัสก์ที่ไม่พูดไม่ได้คือ ใช้เป็น Fixative หรือทำให้กลิ่นติดทนขึ้นนั่นเอง (น้ำหอมตลาดนัดจึงชอบนำไปใช้กันเดี่ยวๆ ซึ่งผิดถนัดเลย)</p>
<img alt="" src="https://www.kengsohigh.com/media/wysiwyg/6_28_1335850004_92_120430kptranhthai04_9f745.jpg" style="display: block; margin-left: auto; margin-right: auto;" /></div>
<div class="col2" style="text-align: justify;">
<p>เพื่อทดแทนผลิตภัณฑ์ตามธรรมชาติ หรือเพื่อนุรักษ์สัตว์ก็ตามแต่&nbsp;จึงมีการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีที่สำคัญของมัสก์ขึ้นมา และพบว่าสารจำพวก Muskcone คือสารให้กลิ่นที่เป็นองค์ประกอบหลัก แม้จะไม่เหมือน Musk ธรรมชาติก็ตาม แต่ก็ใช้แทนกันได้ มนุษย์ยังให้ความสำคัญกับโน๊ตน้ำหอมตัวนี้อีกมากมายนัก&nbsp;จึงได้ทำการสังเคราะห์กลิ่นเลียนแบบขึ้นมามากมายเช่น&nbsp;Tonalide, Exaltolide,&nbsp;Galaxolide, Helvetolide ซึ่งมีองค์ประกอบของหมู่ทางเคมีที่ไปแทนที่ต่างกัน ให้กลิ่นหอมต่างๆกันไป (ผมชอบมากเลยล่ะ&nbsp;ในทุกน้ำหอมที่ผมผสม จะต้องมีมัสก์ต่างๆชนิด อยู่ร่ำไป)&nbsp;จนถึง Musk Xylene มัสก์ที่มีหมู่แทนที่เป็นหมู่ไนโตร ...</p>
<p>Musk Xylene เป็นมัสก์ที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรม&nbsp;<span style="color: #000080;">เครื่องสำอาง น้ำหอม ผงซักฟอก น้ำยาทำความสะอาด</span>&nbsp;เพราะนอกจากจะทำให้กลิ่นหอมนุ่มนวลขึ้นแล้ว ยังทำให้ผ้านุ่มได้อีกด้วย ในต่างประเทศมัสก์ชนิดนี้ถูกกำหนดปริมาณการใช้งานไว้มานานแล้ว เช่น&nbsp;ห้ามใช้มัสก์ประเภทนี้ในญี่ปุ่น ใน EU&nbsp;อนุญาตให้ใช้ใน EDT ได้ไม่เกิน 0.4%&nbsp;และล่าสุดไทยเราประกาศควบคุมโดยสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรมแล้ว โดยต้องผ่านกระบวนการอนุญาตก่อนจะออกจำหน่ายได้</p>
<p>ถึงแม้ว่า Musk Xylene จะถูกจัดเป็นสารก่อมะเร็งประเภท 3 (บอกได้ยังไม่ชัดเจนว่ามีผลก่อมะเร็งในการทดสอบกับมนุษย์) แต่ก็มีการยืนยันแล้วว่าสามารถเอื้อต่อโอกาสในการเกิดมะเร็งได้ การศึกษานี้พบได้จากการทดสอบฉีดสารในหนูทดลองในปริมาณที่กำหนดแล้วพบว่าหนูเป็นมะเร็งตับ!!</p>
<p>จริงๆผมได้มีโอกาสคุยกับกรรมการผู้จัดการบริษัทผลิตน้ำหอมซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของโลกในไทยมาแล้ว และท่านได้เคยเกริ่นเรื่องนี้ไว้นานแล้ว ซึ่งผมก็เลิกใช้อย่างถาวรแล้วเช่นกัน (จริงๆแล้วผมไม่ชอบกลิ่นมันเท่าไร ส่วนใหญ่จะใช้มัสก์ตัวอื่นที่ให้กลิ่นที่มีราคามากกว่าตัวนี้ ตัวให้ให้กลิ่นหวานมันแบบของถูกๆครับ)<br /><br />กลัวก็เพียงแต่ ยังมีพี่น้องผองเพื่อนที่ขายน้ำหอมกันอีกหลายคน (โดยเฉพาะน้ำหอมตามตลาดนัด) ที่นิยมใช้มัสก์มาผสมในสูตรหัวน้ำหอมเพิ่มเติม&nbsp;เพื่อให้กลิ่นติดทนขึ้น (ซึ่งตามจริงแล้วจะไปทำให้กลิ่นน้ำหอมเดิมเปลี่ยนไปด้วย) อาจจะยังใช้มัสก์ตัวนี้อยู่ หรือบางท่านยิ่งแล้วใหญ่ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวัตถุดิบที่ซื้อนำมาผสมนั้นคือสารอะไร สูตรสำเพ็งว่าให้ใช้อะไรก็ใช้ๆไปตามนั้น ขายได้เป็นพอ</p>
<p>แน่นอนการขายของก็ต้องหาจุดขาย ว่าน้ำหอมของตัวเองติดทน กลิ่นดี อะไรก็ตามแต่ แต่หากน้ำหอมติดทน&nbsp;พร้อมกับมีมะเร็งติดมาด้วย ก็คงไม่ไหวนะจ๊ะ นายจ๋า .......... เอวัง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</p>
<p><span style="color: #ff0000;">ปล. สงวนลิขสิทธิ์บทความนะครับ</span></p>
</div>]]></description>
      <pubDate>Tue, 06 Jun 2017 08:58:19 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[เทคนิคการเลือกน้ำหอมไว้ใช้ในหน้าร้อน]]></title>
      <link>https://www.kengsohigh.com/article/content2/</link>
      <description><![CDATA[<div class="col1" style="text-align: justify;">

<p><img src="https://www.kengsohigh.com/media/wysiwyg/best-summer-fragrance-perfumes-men-women-2014.png" alt="" /></p>

<p><span>สวัสดีครับ ไม่รู้เพราะภาวะโลกร้อน หรือมันเป็นสภาพอากาศปกติของประเทศไทยในช่วงเวลานี้ ที่มีแต่ไอแดดและลมร้อนที่เรียกเหงือได้ดีเหลือเกิน</span><br /><br /><span>หน้านี้น้ำหอมปกติจะระเหยเร็วมากๆครับ เนื่องจากน้ำหอมประกอบด้วยตัวทำละลายที่เป็นแอลกอฮอล์ และสารที่ระเหยได้ ก็แน่ล่ะ ถ้าน้ำหอมไม่ระเหยสิครับแปลก ใส่ไปก็ไม่มีใครได้กลิ่น</span><br /><br /><span>แต่ใครใช้น้ำหอมร้าน KenGSoHigH ไม่ต้องกังวลไปนะครับ เราพัฒนาสูตรถึงระดับที่อุณหภูมิเดือดๆแบบนี้ ทำอะไรไม่ได้หรอก การระเหยของน้ำหอมร้านเราไม่ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิครับ ยิ่งอุณหภูมิสูงน้ำหอมของเราจะยิ่งหนืด เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของสาร ทำให้การระเหยของกลิ่นลดลง ทำให้กลิ่นติดทนได้นานขึ้นครับ</span><br /><br /><span>เอาล่ะ ... อากาศร้อนๆนี้ หากใช้น้ำหอมไม่เป็น คนรอบข้างอาจตายก่อนหลงเสน่ห์ได้นะครับ</span><br /><span>ผมจะมาบอกวิธีเลือกกลิ่น และแนะนำน้ำหอมซักโหลสองโหลระกัน (ตัวสองตัวมันน้อยเกินไป) ^^</span><br /><br /><span style="color: #008000;"><strong>น้ำหอมสำหรับผู้ชาย</strong><br /></span><span>ผู้ชายเหงื่อจะออกมากกว่าผู้หญิง แต่กลิ่นเหงื่อผู้ชายนั้น ไม่ค่อยสะอิดสะเอียดเท่าไร บางครั้งพบว่ากลิ่นของผู้ชายมันเป็นความเซ็กซี่ ยกเว้นแต่ผู้ชายคนนั้นสกปรก น้ำท่าไม่อาบ กลิ่นจะเป็นแนวซกมกทันที กลิ่นไม่รุนแรงเกินไปหรือเรียกภาษาน้ำหอมว่า Odour Impact ต่ำครับ</span><br /><br /><strong><span style="color: #99cc00;">น้ำหอมที่ควรเลือกใช้มีหลายโทนดังนี้<br /></span><span style="color: #ff9900;">1. Sport</span></strong><span>&nbsp;- กลิ่นพวกนี้จะหอมเข้มในช่วงต้น ละมุนในช่วงกลาง และหอมหวานในช่วงปลาย ใช้กลบกลิ่นเหงื่อได้ดี และจะแปรเปลี่ยนเป็นกลิ่นเฉพาะบุคคลได้ในช่วงท้าย ที่เป็นกลิ่นหวานๆผสมกับเหงือเข้มๆ ตัวอย่างเช่น KSH.Sport, KSH.Bosz Sport,&nbsp;KSH. Sport Extreme (กลิ่นนี้แนะนำครับ), KSH. Drakkar Dynamic เป็นต้น</span><br /><br /></p>
<p><img alt="" src="https://www.kengsohigh.com/media/wysiwyg/perfumes-masculinos_729.jpg" style="display: block; margin-left: auto; margin-right: auto;" /></p>
<p><span style="color: #ff9900;"><strong>2. Herbaceous (Leaf green)</strong></span><span>&nbsp;- กลิ่นเหล่านี้จะเปลี่ยนกลิ่นอับชื้นของเหงื่อ ให้ดูสดชื่นขึ้นมาได้บ้าง โดยกลิ่นจะมีความแรงเพียงวูบเดียว ติดไม่ค่อยทน(เทียบกับกลิ่นอื่น) แต่ให้ความรู้สึกสะอาดทันตาเห็น สามารถใช้เวลาออกแดด หรือเที่ยวทะเลได้ กลิ่นจะหอมเหมาะมากๆครับ เช่น KSH. Eternity, KSH.Fareinheit, KSH. Cool Water Game, KSH. Crave, KSH. Essential, KSH. Lacozte Pour Homme</span><br /><br /><span style="color: #ff9900;"><strong>3. Floral</strong></span><span>&nbsp;- หรือกลิ่นจางๆเท่ห์ๆแบบกลีบดอกไม้ กลิ่นโทนนี้จะเหมาะกับผู้ชายสะอาดอยู่แล้ว บุคลิกดี หน้าตาดี เจ้าสำอาง ชนิดที่ว่าไม่มีเหงื่อไหลไคลย้อยให้รำคาญใจ กลิ่นโทนนี้เมือ่ใช้ในหน้านี้จะหอมชวนดม สร้างความเคลิบเคลิ้ม ชนิดอยากอยู่ด้วยทั้งวันเลยทีเดียว ได้แก่ KSH. Be, KSH. Light Blue (ใช้ไปเที่ยวทะเล ตอนนั่งเรือเหมาะมากๆครับ)</span><br /><br /></p>
</div>
<div class="col2" style="text-align: justify;">
<p>เร็วๆนี้จะมีกลิ่นโทนหมากฝรั่งที่ให้ท่านชายใช้อีกด้วย กลิ่นนี้ผมดีไซน์ใกล้เสร็จแล้ว โดยเหงื่อออกเมื่อไร จะหอมน่ากิน(จริงๆนะครับ) เมื่อนั้นทันที น้ำหอมที่ควรเลือกใช้มีหลายโทนดังนี้</p>
<p><img alt="" src="https://www.kengsohigh.com/media/wysiwyg/10-Best-Fruity-Perfumes-For-Women-631x480.jpg" style="display: block; margin-left: auto; margin-right: auto;" /></p>
<br /><span style="color: #ff9900;"><strong>1. Fruity</strong></span>&nbsp;- กลิ่นโทนผลไม้จะมีความหอมหวานอมเปรี้ยว ซึ่งส่งเสริมให้กลิ่นที่ออกจากร่างกายสาวๆนั้น หอมน่าชิม และซ่อนเร้นกลิ่นประจำตัวได้ดีมาก แต่กลิ่นโทนนี้มีความคงทนไม่นาน สำหรับน้ำหอมโทนนี้ได้แก้ KSH.Addicts, KSH. Envy Me, KSH. Be and Red Delicious, KSH. Funny (เปรี้ยวมาก ใช้เวลาออกแดดได้ดีครับ)<br /><br />
<p><img alt="" src="https://www.kengsohigh.com/media/wysiwyg/strawberries1.jpg" style="display: block; margin-left: auto; margin-right: auto;" /></p>
<p><span style="color: #ff9900;"><strong>2. Light</strong></span>&nbsp;- กลิ่นโทนแสงสว่าง กลิ่นโทนนี้จะทำให้หญิงสาวขาวสะอาด ผ่อนคลาย ชวนให้ชายหนุ่มเคลิบเคลิ้มและสงบลงได้เป็นอย่างดี ชนิดที่ว่าเขาจะนอนหนุนตักคุณตลอดเวลาที่ตักคุณว่างเลยล่ะ โน๊ตสำคัญที่ใช้ทำปรุงน้ำหอมกลิ่นนี้ได้แก่ Bamboo leaf กลิ่นที่แนะนำได้แก่ KSH. Eternity Summer, KSH. Miyake, KSH. Cool water game, KSH. Benghal,&nbsp; KSH. BVL. White</p>
<p><span style="color: #ff9900;"><strong>3. Floral</strong></span>&nbsp;- กลิ่นโทนกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ที่สร้างความฟุ้งกระจาย เติมบรรยากาศให้หวานสดชื่น และเปล่งประกายแววตาความสุข กลิ่นโทนนี้หากพรมในชุดบางๆเบาๆ หรือชุดว่ายน้ำแล้วด้วยล่ะก็ จะเพิ่มความเซ็กซี่ได้ชนิดที่หาตัวจับยากเลยครับ กลิ่นโทนนี้ได้แก่ KSH. Summer Sea Sunshine and Sakura, KSH. Happy Heart, KSH. Island Kiss, KSH. Nino Ricci Peach<br /><br />ถึงตอนนี้ ผมว่าท่านที่รักในศาตร์การใช้น้ำหอมคงเข้าใจและเลือกกันเป็นมากขึ้นแล้วนะครับ<br />ขอให้จำไว้ว่า ที่ร้านน้ำหอมของผมมีน้ำหอมมากมายนั้น ไม่ใช่เพื่อโชว์พาว หรือเพิ่มยอดขาย<br />เพียงแต่ต้องการให้ทุกคนเลือกน้ำหอมที่ตรงกับบุคลิกของท่านได้อย่างถูกต้อง 100%<br /><br />ยิ่งหน้าร้อนนี้ น้ำหอมบางกลิ่นดมในห้างอาจจะหอมมาก แต่พอมาใช้ข้างนอกคนรอบข้างอาจทรมานสุดชีวิตก็ได้นะครับ<br />ในเมื่อมันไม่ใช่แค่เรื่องของเราคนเดียว เลือกก่อนใช้ซักนิด เสน่ห์จะเพิ่มขึ้นอีกเป็นกองเลยครับ</p>
</div>]]></description>
      <pubDate>Tue, 06 Jun 2017 08:43:15 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[ปฐมบทแห่งบทเรียนที่ไม่สิ้นสุด]]></title>
      <link>https://www.kengsohigh.com/article/blog2/</link>
      <description><![CDATA[<div class="col1" style="text-align: justify;">
<p>หลายท่านคงสงสัยว่า ทำไมผมถึงอธิบายรายละเอียดของแต่ละกลิ่นได้ รวมถึงอ่านแล้วเห็นภาพตามได้ทันที<br />จริงๆแล้วผมเองก็ไม่ได้เก่งอะไรครับ น้ำหอมทุกกลิ่นมีความรู้สึกของตัวมันเองอยู่</p>
<p>กลิ่นเป็นผัสสะหนึ่งในหกทวาร ที่สรรสร้างความรู้สึก รวมถึงดึงจิตไร้สำนึกได้ดีทีเดียว และกลิ่นยังเป็นผัสสะที่ละเอียด ลึกล้ำ จนสามารถใช้เพื่อก่อให้เกิด "ภพ" ในใจ หรือบางทีก็คล้ายๆ "เดจาวู" ได้ทีเดียว</p>
<p>น่าเสียดายที่ประเทศไทยเราไม่มีนักปรุงน้ำหอมมากนัก เท่าที่ผมรู้จัก ก็ไม่มีเลย(แล้วจะพูดทำไมเนี่ย) ทั้งๆที่อาชีพนี้ เป็นได้ทั้งงานอดิเรก และอาชีพเงินล้าน แต่คนไทยก็อย่างนี้แหละ ชอบละเลยของใกล้ตัว ทั้งๆที่ประเทศเรามีพืชที่สกัดกลิ่นหอมได้มากมาย</p>
<p>หากคุณเริ่มสนใจที่จะเป็นนักปรุงน้ำหอม คุณสามารถลงมือทำได้ทันที ปราศจากเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น<br />ไม่จำเป็นต้องเรียนจบเคมี หรือรู้เกี่ยวกับเคมี<br />ไม่จำเป็นต้องรู้จักน้ำหอมมากมาย<br />ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์</p>
<p>สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ<strong> "จินตนาการ"</strong></p>
<p>ไม่เคยมีจิตรกรคนไหนน้ำเสนอผลงานสุดสาวยของเขาแล้วอธิบายว่า ผมวาดภาพนี้ด้วยสีที่ผลิตจากสารเชิงซ้อนของโคบอลต์<br />ทั้งๆที่เขาใช้สีตัวนี้อยู่ทุกวัน มันไม่สำคัญอะไรเลยครับ .... เก็บงานผลิตให้นักเคมีทำดีกว่า<br />แล้วคุณก็แค่ใช้มันอย่างมีคุณค่า</p>
<p>เช่นเดียวกับการเล่นดนตรี การผสมน้ำหอมหนึ่งกลิ่นจะผสมด้วยแม่กลิ่นหลายๆกลิ่น และอาจทำให้มีจุดเด่นด้วยโน๊ตฟิเนเลเพียงหนึ่งถึงสองตัวเท่านั้น ดังนั้นพอจะมองออกแล้วใช่มั๊ยครับ จุดเริ่มต้นของน้ำหอมคือการที่เราต้องรู้จักแม่กลิ่น เหมือนการเล่นดนตรี ที่เราต้องรู้จักโน๊ตต่างๆนั่นเอง</p>
<p>ผมขออธิบายแม่กลิ่นพื้นฐาน ที่ผมจำแนกไว้เองดังนี้ครับ</p>
<p><strong>1. Aldehyde&nbsp;</strong>- แม่กลิ่นอัลดีไฮด์ แม่กลิ่นที่ให้กลิ่นเป็นโทนอบอวล นุ่มนวล และมันเลี่ยน กลิ่นของมันจะทำให้รู้สึกหรูหรา และเมื่อปล่อยกลิ่นไปได้ซักพัก จะแปรสภาพกลิ่นให้เป็นกลิ่นคล้ายๆผงแป้ง (Powdery) แม่กลิ่นนี้ส่วนใหญ่จะถูกนำไปผสมกับแม่กลิ่นดอกไม้ (Floral) เพื่อทำให้น้ำหอมมีความหรูหรา และนุ่มนวล มักใช้ในปริมาณไม่กี่เปอร์เซ็นต์เนื่องจากกลิ่นที่มากเกินไป จะทำให้ปวดศีรษะได้<br />น้ำหอมที่ใช้แม่กลิ่นนี้ได้แก่ Chanal No.5</p>
<p><img alt="" src="https://www.kengsohigh.com/media/wysiwyg/467976.jpg" /></p>
<p><strong>2. Chypre</strong>&nbsp;- แม่กลิ่นชิพเปอร์ หรือแม่กลิ่นผงฝุ่น เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกเก่า คลาสสิค อนุรักษ์นิยม ชวนจินตนาการถึงภาพสีน้ำมันราคาแพง ที่มีฝุ่นเกาะหนาเตอะ หนักแน่น และเป็นผู้ดี กลิ่นแนวนี้เป็นกลิ่นสำหรับธาตุดินโดยสมบูรณ์ มักถูกนำไปผสมผสานกับกลิ่นนวลๆของไม้หอม และกำยานต่างๆ ใช้ได้ไม่จำกัดเปอร์เซ็นต์<br />น้ำหอมที่ใช้แม่กลิ่นนี้ได้แก่ Aramis / Ceruti</p>
<p><strong>3. Citrus</strong>&nbsp;- แม่กลิ่นแห่งความสดชื่นของพืชตระกูลส้ม เป็นแม่กลิ่นที่ให้กลิ่นที่สดชื่นที่สุด หอมเปรี้ยว และสะอาด สามารถใช้โดดๆ เพื่อแต่งกลิ่นผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดได้ และถูกนำมาใ้ช้ผสมกลิ่นน้ำหอมในช่วงหลังนี้มากมาย โดยเฉพาะน้ำหอมกลิ่นผู้ชายที่เน้นความสดใส เป็นวัยรุ่น และสะอาดสดชื่น มักใช้ผสมกับเบอร์กาม็อท โน๊ตสีเขียว(จะกล่าวต่อไป) และมะลิ<br />น้ำหอมที่ใช้แม่กลิ่นนี้ได้แก่ Aqua di gio / Energise</p>
<p><strong>4. Conifer</strong>&nbsp;- แม่กลิ่นลูกสน แม่กลิ่นที่ให้โทนกลิ่นที่คล้ายกับโทน Woody อื่นๆ แต่มีความเลี่ยนเอียนในปลายกลิ่น บุคลิกหลักของกลิ่นนี้คือการให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ไอดิน กลิ่นฟาง แต่เมื่อทิ้งกลิ่นให้แห้งแล้ว จะมีความเป็น Powdery เช่นกัน กลิ่นนี้มักใช้ในน้ำหอมผู้ชาย เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น<br />น้ำหอมที่ใช้แม่กลิ่นนี้ได้แก่ -</p>
</div>
<div class="col2" style="text-align: justify;">
<p><img alt="" src="https://www.kengsohigh.com/media/wysiwyg/f_a2d5e09c84578f5f9ed420f43c8dc900.jpg" /></p>
<p><strong>5. Floral</strong>&nbsp;- แม่กลิ่นดอกไม้ แม่กลิ่นที่ให้ความหวานแบบนวลๆ มีการพุ่งของกลิ่นที่รุนแรงสามารถจำแนกได้ง่าย และเป็นแม่กลิ่นที่สำคัญของน้ำหอมทุกชนิด เรียกว่าทุกขวดในโลกนี้เลยล่ะ แม่กลิ่นนี้สามารถใช้ได้ในหลายๆอัตราส่วน และมีผลต่อการเบนอารมณ์ของกลิ่นเช่นเดียวกัน (ใช้เยอะอาจหวานแบบผู้หญิง แต่หากใช้ผสมกับโน๊ตไม้ๆ อาจเหมาะสำหรับผู้ชายขี้เล่น)<br />น้ำหอมที่ใช้แม่กลิ่นนี้ได้แก่ - Beyond paradise / Miyake</p>
<p><strong>6. Fruity</strong>&nbsp;- แม่กลิ่นผลไม้ แม่กลิ่นที่ให้ความหวานละมุน ที่มีปลายกลิ่นเป็นโทนกลิ่นสังเคราะห์ ที่หอมล้ำลึกไปถึงตับถึงไต มักใช้กับน้ำหอมผู้หญิง และผลิตภัณฑ์เพื่อความสะอาดมากมาย ใช้ในอัตราส่วนที่หลากหลาย เป็นได้ทั้งผู้นำและผู้ตาม และใช้ผสมกับโน๊ตโทนซิตรัส และฟลอรังได้เป็นอย่างดี<br />น้ำหอมที่ใช้แม่กลิ่นนี้ได้แก่ Fragile / DKNY Red Delicious</p>
<p><strong>7. Green</strong>&nbsp;หรือกลิ่นหญ้า กลิ่นยาง โทนกลิ่นนี้จะเพิ่มความแหลมคมให้กับน้ำหอม ให้ความรู้สึกสะอาด เฝื่อน ฝาด สาก และถ้ามากเกินไป จะขมจนเวียนหัว โดยปกติจะใช้โน๊ตนี้เพียง 1-3% มักใช้ผสมในการปรุงน้ำหอมผู้ชายโทนนักกีฬา หรือผลิตภัณฑ์สุขอนามันยเช่น Aftershave โน๊ตนี้จะผสมผสานกันได้อย่างลงตัวกับตระกูล Chypre นับเป็นโน๊ตที่สำคัญ แต่ใช้ยากเพราะต้องคำนึงถึงสัดส่วนที่ดีมากๆนั่นเอง</p>
<p><strong>8. Herb</strong>&nbsp;หรือกลิ่นตระกูลพฤกษา เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสีเขียวเช่นเดียวกัน Fresh green แต่ว่าต่างกันตรงที่โทนนี้จะมีเป็นสีเขียวข้นๆ ให้กลิ่นแบบน้ำผักต่างๆ มีความหอมสะอาด ฝาด เฝื่อนในตอนตัน และละมุนราวกับนมสดในปลายกลิ่น ไม่ค่อยนิยมใช้ผสมน้ำหอมต่างๆ เนื่องจากอาจทำให้เวียนหัวได้ แต่นิยมใช้ผสมทำน้ำหอมสำหรับผลิตภัณฑ์เพื่อความสะอาด เช่น แชมพู และสบู่ต่างๆ</p>
<p><strong>9. Leather</strong>&nbsp;นับเป็นกลิ่นที่มีประโยชน์ในการทำน้ำหอมผู้ชายอย่างแพร่หลาย โดยส่วนใหญ่แล้วกลิ่นหนังสัตย์นี้ มักจะเป็นสารสังเคราะห์เพื่อเลียนแบบ ให้ความรู้สึกเงางาม คลาสสิค ลุ่มลึก สุภาพ ถึงแม้ว่าโน๊ตจะชื่อว่าหนังสัตว์ แต่ส่วนใหญ่กลิ่นในกลุ่มนี้ มาจากพืชทั้งสิ้น เช่น Blue Guava, Lavender hint เป็นต้น เข้ากันได้ดีกับกลิ่นโทนควัน และนำไปใช้แต่งเป็นกลิ่นฐาน (Base note) ได้เป็นอย่างดี ปริมาณที่ใช้กัน แปรผันตามความสำคัญของกลิ่นสิ้นสุด</p>
<p><strong>10. Musk</strong>&nbsp;กลิ่นอ่อนๆ ที่มีศักยภาพแข็งแรงที่สุดในทุกโน๊ต เนื่องจากเป็นเสมือนตัวกลางที่ปรับสภาพน้ำหอมให้ดูดีขึ้นในทันที ด้วยความหอมอ่อนๆ แต่เมื่อผสมกับโน๊ตอื่นแล้ว จะทำให้เกิดความละมุน อบอุ่น เจื่อจาง และหวานที่ปลายกลิ่น สามารถเป็นได้ทั้งแม่กลิ่น และกลิ่นรองในเวลาเดียวกัน จึงไม่มีกฏเกณฑ์ตายตัวในการใช้ น้ำหอมยี่ห้อดังๆหลายยี่ห้อใช้โน๊ตนี้กันทั้งนั้น ที่เห็นชัดเจนคือ White musk ของ The body shop</p>
<p>เกร็ดเล็ก เกร็ดน้อยคือ ในสมัยโบราณกลิ่นนี้ได้จากไขของสัตว์ตัวผู้ ซึ่งเชื่อกันว่าสามารถดึงดูดเพศเมียได้เป็นอย่างดี กลิ่นแท้ๆของ Musk จะมีกลิ่นคล้ายกับน้ำเชื้อของผู้ชาย&nbsp;</p>
<p><strong>11. Marine</strong>&nbsp;กลิ่นแห่งความลุ่มลึกของท้องทะเล มักจะสกัดได้จากสาหร่าย แต่ที่นิยมใช้กันคือกลิ่นโทนสังเคราะห์ของสารจำพวก อัลดีไฮด์ และคีโตน นิยมใช้ผสมกันแพร่หลายในกลุ่มน้ำหอมผู้ชาย(อีกแล้ว) ให้ความรู้สึกสดชื่น สะอาด และลึกลับ มักใช้ผสมกับโน๊ตโทนกรีน และหนัง โดยมีซิตรัสเป็นตัวนำ</p>
<p><strong>12. Muglet</strong>&nbsp;หรือโน๊ตกลิ่นหอมจรุง ฟุ้งกระจาย จากดอกลิลี่หุบเขา ให้ความรู้สึกหอมหรู สวยสง่า นิยมใช้เป็นหัวใจกลิ่น ผสมกับกลิ่นจางๆอย่างอื่น หรือผสมกับโน๊ตที่ฉุนกว่าไปเลย เช่น เจอราเนียม มะลิ กุหลาบ แต่หากใช้มากไป กลิ่นจะโหลคล้ายๆกับสเปรย์ปรับอากาศทันที จึงมักใช้ไม่เกิน 10% และใช้ผสมกับโน๊ตจางจะดีกว่า</p>
</div>]]></description>
      <pubDate>Mon, 05 Jun 2017 06:13:28 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[เทคนิคการพรมน้ำหอม ที่คุณอาจไม่รู้....รู้ซ่ะ]]></title>
      <link>https://www.kengsohigh.com/article/content11/</link>
      <description><![CDATA[<div class="col1" style="text-align: justify;">
<p><img alt="" src="https://www.kengsohigh.com/media/wysiwyg/20150624_beauty_1.jpg" /></p>
<p><strong>1. เทคนิคการพรมน้ำหอม ที่คุณอาจยังไม่ทราบ&nbsp;<br /></strong><span>คุณสามารถใส่น้ำหอมได้หลายแบบ เช่น ถ้าต้องการกลิ่นบางเบา หรือกลิ่นแบบแค่ช่วงสบายๆ อาจเพียงทาโลชั่นหรือครีมทาผิวของกลิ่นน้ำหอมที่คุณโปรดปราน แต่ถ้าต้องการกลิ่นแบบเต็มที่ หรือกลิ่นที่ติดทนนานขึ้น หลังจากทาบอดี้หรือครีมโลชั่นแล้ว ตามด้วย eau de parfum อีกทีปิดท้าย&nbsp;</span><br /><br /><strong>2. จุดสำคัญที่ต้องฉีดน้ำหอม&nbsp;<br /></strong><span>การใส่น้ำหอม ต้องเป็นความรู้สึกหรือประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์ จุดสำคัญที่ต้องฉีดน้ำหอม ได้แก่ ลำคอ, บนแขน และที่ด้านหลังหัวเข่าอีกนิดหน่อย เพราะอย่าลืมว่ากลิ่นหอมมักจะลอยตัวขึ้นด้านบน การฉีดน้ำหอมเล็กน้อยที่ด้านหลังหัวเข่า จะให้ผลลัพธ์ความหอมแบบ &ldquo;ทั่วเรือนร่าง&rdquo; อย่างแท้จริง และอีกจุดคือ ฉีดน้ำหอม ไปในอากาศด้านหน้า และ &ldquo;เดินผ่าน&rdquo; ละอองน้ำหอม (อย่าลืมหลับตา! ขณะเดินผ่าน) จะทำให้ละอองน้ำหอมติดกระจาย อยู่บนเส้นผมคุณด้วย&nbsp;</span><br /><br /><strong>3. ระยะห่างในการฉีด</strong><span>&nbsp;</span><br /><span>ประมาณ 6 นิ้วจากตัวคุณ&nbsp;</span><br /><br /><strong>4. เทคนิคการเติมน้ำหอมในระหว่างวัน</strong><span>&nbsp;</span><br /><span>การเติมน้ำหอมระหว่างวัน ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและลักษณะพิเศษ (คาแรคเตอร์) ของน้ำหอมแต่ละชนิด เช่น น้ำหอมที่มีพื้นฐานของกลิ่นพรรณไม้ตะวันออก (Oriental &amp; Woody) มักจะติดทนนานกว่ากลิ่นหอมจากดอกไม้หรือผลไม้ (Floral &amp; Citrus) หรือน้ำหอม Eau de Parfum จะมีกลิ่นน้ำมันหอมที่เข้มข้นกว่า Eau de toilette หรือ Cologne ก็จะกลิ่นติดทนนานกว่า&nbsp;</span><br /><br /><span>แต่จุดที่สำคัญที่ต้องระลึกไว้เสมอ คือ น้ำหอมที่ดีมีคุณภาพจะถูกพัฒนาคิดค้นให้กลิ่นติดทนนาน และมีคาแรคเตอร์เฉพาะตัวที่น่าสนใจ ซึ่งหลังจากฉีดครั้งแรกกลิ่นจะติดอยู่นานอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง ก่อนที่จะต้องเติมอีกครั้ง&nbsp;</span><br /><br /><strong>5. ข้อผิดพลาดที่มักเกิดขึ้นในการใช้หรือฉีดน้ำหอม และ &ldquo;ข้อห้ามเด็ดขาด&rdquo; ที่ต้องแนะนำ</strong><span>&nbsp;</span><br /><span>ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย คือ การฉีดน้ำหอมมากเกินไป เพราะอยากให้กลิ่นติดลึก ติดทนนาน แต่คุณทราบไหมคะว่าการใส่น้ำหอมมากเกินไป อาจสร้างความประทับใจแก่คนรอบข้างแบบมากเกินไปด้วย และตัวเราก็จะกลายเป็นคนที่น่ารังเกียจไปเลยก็ได้นะ&nbsp;</span><br /><span>หากคุณต้องการกลิ่นหอมแบบติดลึก แต่บางเบา ขอแนะนำให้ทาโลชั่นหรือครีมบำรุงผิวกลิ่นน้ำหอมนั้นก่อน แล้วตามด้วยน้ำหอม ซึ่งจะทำให้กลิ่นความหอมประทับใจติดทนนาน ถ้ายังไม่เชื่อทดลองได้ง่ายๆ คือใช้วิธีที่แนะนำทาบนแขนข้างหนึ่ง ส่วนแขนอีกข้างลองฉีดแค่น้ำหอมอย่างเดียว คุณจะรู้สึกได้เลยว่า การผสมผสานของครีมบำรุงผิวกับน้ำหอม จะไกลิ่นหอมที่เข้มข้นกว่า และติดทนนานกว่า&nbsp;</span><br /><br /><strong>6. ความแตกต่างในการฉีดน้ำหอมสำหรับเวลากลางวัน และเวลากลางคืนและระหว่างหน้าร้อนและหน้าหนาว</strong><span>&nbsp;</span><br /><br /><span>การฉีดน้ำหอมตอนกลางวันและกลางคืนจริงๆ แล้วขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน เช่น ถ้าสาวๆ ที่ชอบกลิ่นหอมแบบแรงและลึก อาจต้องใช้น้ำหอมแบบ Perfume ซึ่งเป็นน้ำหอมระดับที่เข้มข้นและแรงที่สุด&nbsp;</span><br /><span>ส่วนการใช้น้ำหอมในแต่ละฤดูกาล ความร้อนหรืออากาศร้อน จะเน้นกลิ่นของน้ำหอมให้แรงขึ้น คุณอาจเลือกใช้กลิ่นน้ำหอมที่คุณชื่นชอบ ในแบบที่กลิ่นอ่อนลงหรือเข้มข้นน้อยลง&nbsp;</span></p>
</div>
<div class="col2" style="text-align: justify;"><strong>7. แนะการใช้น้ำหอมแบบ Alcohol-free ให้ติดทนนานขึ้น&nbsp;<br /></strong><span>ฉีดพรมน้ำหอม Alcohol-free เหมือนกับการใช้ Eau de perfume ปรกติ คือ ฉีดตรงลำคอ, บนแขน และ ด้านหลังหัวเข่า ยกเว้นไม่ต้องฉีดในอากาศแล้วเดินผ่านละออง เนื่องจากน้ำหอมแบบ Alcohol-free จะมีความเข้มข้นของน้ำมันหอมน้อยกว่าปรกติ กลิ่นจึงติดสั้นกว่า และอย่างที่แนะนำไปแล้วว่า ถ้าอยากให้ติดทนนานขึ้น ทาครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวก่อน แล้วค่อยลงน้ำหอมแบบ Alcohol-free&nbsp;</span><br /><br /><strong>8. วิธีการใช้น้ำหอมใส่ผม (fragrant hair spray)&nbsp;<br /></strong><span>ง่ายๆ ตามคำแนะนำการใช้ คือฉีดบนเส้นผม ให้ห่างประมาณ 6 นิ้ว&nbsp;</span><br /><br /><strong>9. เทคนิคการใช้โลชั่นหรือครีมบำรุงผิวกลิ่นน้ำหอม&nbsp;<br /></strong><span>ครีมหรือโลชั่นบำรุงผิว เป็นผลิตภัณฑ์ที่วิเศษสุด ที่คุณจะรู้สึกสนุกสนาน รื่นรมย์กับกลิ่นหอมของน้ำหอมนั้นๆ แถมยังให้ความชุ่มชื่นผิวด้วย โดยใช้หลังจากอาบน้ำเสร็จ ทาให้ทั่วตัว แขน ขาและหน้าอก&nbsp;</span><br /><br /><strong>10. ความแตกต่างระหว่าง Perfume, Eau de Perfume, Eau de toilette และ Fragrant body&nbsp;<br /></strong><br /><span>นอกจากความเข้มข้นของน้ำหอมที่เราทราบๆ กันดีอยู่แล้ว ซึ่งเรียงลำดับความเข้มข้น ก็คือ Perfume, Eau de Perfume, Eau de toilette ส่วนผลิตภัณฑ์ Fragant body ทั้งครีม, โลชั่น หรือแป้ง จะไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลล์ แต่มีน้ำหอมผสมอยู่ในระดับที่น้อยกว่า Eau de toilette ดังนั้นผลิตภัณฑ์บอดี้ทั้งหลายจึงมีระดับกลิ่นหอมที่น้อยกว่าในแบบน้ำที่มีแอลกอฮอลล์&nbsp;</span><br /><br /> <strong>11. อายุการใช้งาน หลังจากเปิดน้ำหอมใช้แล้ว&nbsp;<br /></strong><span>ขึ้นอยู่กับประเภทของน้ำหอมนั้นๆ กลิ่นพื้นฐาน (notes) ของน้ำหอมแต่ละกลิ่น ก็ให้อายุใช้งานที่ต่างกัน วิธีที่ดีที่สุดที่ทำน้ำหอมใช้ได้นานที่สุด คือหลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน&nbsp;</span><br /><br />
<p><img alt="" src="https://www.kengsohigh.com/media/wysiwyg/perfume-girl-main.jpg" /></p>
<strong>12. ความสำคัญของการลองน้ำหอมบนผิวคุณ ไม่ใช่แค่ในกระดาษ&nbsp;<br /></strong><span>เป็นเรื่องสำคัญมากที่สุดคุณควรลองน้ำหอมบนผิว เพราะน้ำหอมจะให้กลิ่นหอม &ldquo;กำจายเต็มที่ มีชีวิตชีวา&rdquo; เมื่อทำปฏิกิริยากับผิวหนัง และสร้างความมั่นใจแก่คุณก่อนตัดสินใจซื้อว่า กลิ่นหอมที่ติดบนกายคุณนั้น เป็นกลิ่นหอมที่คุณรื่นรมย์ที่สุด ตั้งแต่เริ่มพรมบนผิว ไปจนถึงกลิ่นสุดท้ายที่ติดกาย ที่สำคัญ ก่อนออกไปช้อปปิ้งซื้อน้ำหอมกลิ่นใหม่ ต้องให้เนื้อตัวคุณสะอาดที่สุด ไม่มีน้ำหอมหรือคีมทาตัวอื่นๆ ติดตัวทั้งสิ้น จึงจะได้กลิ่นแท้จริงของน้ำหอมที่ลอง&nbsp;</span><br /><br /><strong>13. เทคนิคการลองกลิ่นน้ำหอม ก่อนเลือกซื้อ&nbsp;<br /></strong><span>ขอแนะนำให้ลองกลิ่นน้ำหอมไม่เกิน 3 กลิ่นต่อครั้ง เพราะถ้ามากกว่านั้นจมูกคุณจะสับสนและแยกแยะกลิ่นไม่ได้ แล้วคุณก็จะไม่ทราบกลิ่นที่แท้จริงของน้ำหอมแต่ละกลิ่นด้วย แต่ถ้าจำเป็นจริงๆ วิธีเบรกกลิ่น หรือ เฟรชจมูกของคุณ คือ ดมกลิ่นเม็ดกาแพ หรือที่ง่ายกว่านั้น คือเดินออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ในบริเวณอื่น ที่ไม่มีกลิ่นน้ำหอม แล้วค่อยกลับมาดมใหม่&nbsp;</span><br /><br /><span>เคล็ดลับเหล่านี้ คงช่วยเพิ่มเสน่ห์จากน้ำหอมให้คุณได้มากที่เดียว แต่หากใครที่ตัดสินใจเลือกของขวัญปีใหม่เป็นน้ำหอมให้คนอื่น ก็ควรใช้เวลาเลือกนานหน่อย เพราะคงตัดสินใจเองยากเหมือนกันถ้าจะเลือกกลิ่นที่เจ้าตัวเขาชอบจริงๆ...&nbsp;</span></div>]]></description>
      <pubDate>Thu, 04 May 2017 07:30:21 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[Pheromone กลิ่นเรียกรัก]]></title>
      <link>https://www.kengsohigh.com/article/content1/</link>
      <description><![CDATA[<div class="col1">
<p><span>คุณเคยสงสัยกันรึเปล่าว่า ก่อนที่เราจะรักใครสักคน มันจะต้องมีเหตุผลอะไรประกอบบ้าง บางคนบอกว่า ก็เขาน่ารัก นิสัยดี สวย หล่อ และอะไรอีกมากมาย หลายคนอาจเชื่อในพรหมลิขิต ที่เบื้องบนดลบันดาลให้คนทั้งสองมาพบกัน แต่พอคิดอีกทีมันก็เป็นเรื่องที่ยากต่อการพิสูจน์ ปริทรรศน์วันนี้เรามีคำตอบให้คุณผู้อ่านคลายข้อสงสัยดังกล่าว แม้ว่าเรื่องที่เรากำลังจะนำเสนอยังต้องรอการพิสูจน์อย่างเป็นทางการอยู่</span></p>
<p></p>
<center><img alt="" src="https://www.kengsohigh.com/media/wysiwyg/content_14_details.jpg" /></center>
<p></p>
<p><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เคยสงสัยในความรู้สึกของตัวเองหรือไม่ว่า ทำไมเราถึงได้เกิดความรู้สึกรักใครบางคนขึ้นมาได้ ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้หล่อ รวย หรือเป็นคนดีอะไร แล้วอะไรกันล่ะที่ทำให้เราหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ หรือเขินอายเพราะทำอะไรเปิ่นๆ ออกไป</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;นิตยสาร Her World ได้อธิบายเรื่องสารฟีโรโมน ที่เขียนโดย นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ว่า สารฟีโรโมน เป็นสารที่มนุษย์ไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยกลิ่นเหมือนอย่างมดหรือผึ้ง แต่เราสามารถรับรู้ได้ทางสมอง สังเกตได้โดย เมื่อไหร่ก็ตามที่เราไปเจอคนที่ตรงสเปก หรืออยู่ดีๆ ก็เกิดความรู้สึกปลื้ม ชอบ ประทับใจขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล ความรู้สึกนี้แหละที่เรียกว่าสารฟีโรโมนในร่างกายเรากำลังทำงาน ที่สำคัญอีกข้อคือถ้าผู้หญิงคนไหนที่ติดพ่อมาก หรือรักพ่อมากๆ หากเธอได้ไปพบเจอชายที่มีกลิ่นหรือนิสัยคล้ายพ่อเมื่อไหร่ ผู้หญิงคนนั้นมักจะตกหลุมรักเขาไปโดยไม่รู้ตัว</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;จากหลักวิทยาศาสตร์ สู่หลักความจริง</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ตามหลังวิชาการคำว่า ฟีโรโมน (Pheromone) นั้นเกิดจากการรวมกันของคำในภาษากรีก "Pherein" ที่แปลว่า to carry และ "Hormon" ที่แปลว่า to excite โดยกลุ่มนักวิจัยยุคแรก คือ Karlson และ Luscher ได้คิดค้นคำนี้ในปี ค.ศ. 1959 และอาจเรียกฟีโรโมนว่า ecto-hormones กล่าวคือเป็นสารเคมีที่หลั่งออกจากร่างกายแล้วไปมีผลต่อพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตชนิด (สปีชีส์) เดียวกัน เช่น ฟีโรโมนที่มดหลั่งออกมาไม่ได้มีผลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ และฟีโรโมนที่มนุษย์เราผลิตขึ้นก็มีผลต่อมนุษย์เราด้วยกันเองเท่านั้น เป็นต้น</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เมื่อโมเลกุลของฟีโรโมนถูกหลั่งออกจากร่างกายทั้งจากระบวนการของร่างกายเราเองและปฏิกิริยาชีวเคมีของแบคทีเรียที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น เช่น&nbsp;</span><span style="text-decoration: underline;">จากบริเวณรักแร้ สารคัดหลั่งที่อวัยวะเพศ น้ำปัสสาวะ และผิวหนังทั่วไป</span><span>&nbsp;เป็นต้น เดินทางผ่านตัวกลางในอากาศ เมื่อจับกับตัวรับซึ่งคาดว่าเป็นตัวรับชนิดที่เรียกว่า Vemeronasal receptors ที่จมูก แล้วจึงส่งสัญญาณข้อมูลไปยัง Olfactory Bulb และประมวลผลขั้นสูงยังสมองส่วนต่างๆ ต่อ</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ฟีโรโมนเป็นคำที่มาจากภาษากรีก 2 คำรวมกันที่รวมกันแล้ว&nbsp;</span><strong>แปลความได้ว่านำเอาความตื่นเต้นมาให้ เป็นความตื่นเต้นในความรัก ตื่นเต้นที่จะได้มีการเจริญพันธุ์</strong><span>&nbsp;ซึ่งเป็นที่ทราบกันมานานแล้วว่า สัตว์ทุกชนิดในห้วงเวลาที่มีการเจริญพันธุ์นั้นจะมีการหลั่งสารชนิดหนึ่งออกมา สารดังกล่าวเรียกกันว่าฟีโรโมน ส่วนมากแล้วจะหลั่งออกมาจากเพศเมีย เพราะต้องการเรียกให้ตัวผู้มาทำการผสมพันธุ์จะได้เจริญเผ่าพันธุ์ต่อไป ไม่สูญพันธุ์ไปเสียก่อน ต่อมาก็พบว่าปลาบางชนิดก็มีสารฟีโรโมนดังกล่าวด้วย เช่น ปลาฉลามและปลาแซลมอน ในสัตว์บกนั้นพบเกือบทุกชนิด และไม่เว้นแม้แต่สัตว์ปีกตัวเล็กๆ เช่น ตั๊กแตน ผีเสื้อ แต่ไม่พบในนก</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span></p>
<p></p>
<center>  <img src="https://www.kengsohigh.com/media/wysiwyg/zbc4iedt7tzmdbz9t6ny.jpg" alt="" /> </center>
<p></p>
<p><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;โดยปกติแล้วฟีโรโมนเป็นสารที่ระเหยได้ และสร้างออกมาจากเพศหนึ่ง เพื่อกระตุ้นอีกเพศหนึ่งให้เกิดอารมณ์รักใคร่ อยากจะได้ไว้เป็นคู่ ฟีโรโมนออกฤทธิ์อย่างแรงในการกระตุ้นอารมณ์และความรู้สึกรักใคร่ อยากเป็นของกันและกันให้มากขึ้นในเผ่าพันธุ์เดียวกัน รับรองว่าฟีโรโมนของคุณไม่สามารถไปกระตุ้นม้าหรือช้างให้รักคุณได้เด็ดขาด</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สารเรียกรักที่มากกว่า คำว่ารัก</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;เวลาที่พูดถึงฟีโรโมนนั้นมักจะเรียกกันว่า กลิ่นเรียกรัก แต่โดยแท้ที่จริงแล้ว&nbsp;</span><strong><span style="color: #808000;">ฟีโรโมนนั้นไม่มีกลิ่นที่รับรู้ได้จากทางจมูก</span></strong><span>&nbsp;ซึ่งกลิ่นที่ไม่มีกลิ่นดังกล่าวคนเราจะรับรู้ได้จากสมอง โดยฟีโรโมนจะหลั่งออกมาเพียงน้อยนิด แต่ก็สามารถที่จะเรียกคู่ได้จำนวนมหาศาล โดยปกติแล้ว&nbsp;</span><strong>ฟีโรโมนมักจะหลั่งออกมาจากเพศหญิงเพื่อที่จะให้ชายมาหลงรัก<br /></strong><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;คุณจำได้ใช่ไหมว่า ฟีโรโมนแท้ๆ นั้นไม่มีกลิ่น ดังนั้น รับรองว่าไม่ใช่กลิ่นที่เรียกว่าสาบสาวอย่างเด็ดขาด เป็นที่เชื่อกันมานานแล้วว่า สัตว์เพศผู้ทั้งหลายมีตัวรับกลิ่นเสน่ห์หรือฟีโรโมนดังกล่าวอยู่ในสมอง จึงสามารถที่จะหลงเสน่ห์เพศเมียได้ ในขณะที่สัตว์เพศเมียไม่มีตัวรับกลิ่นดังกล่าว จึงไม่มีการหลงเสน่ห์ตัวเอง ในสัตว์บกบางชนิดนั้น ตัวผู้ก็มีฟีโรโมนเหมือนกันและเป็นตัวกระตุ้นให้ตัวเมียเกิดการตกไข่ เช่น ในกระต่ายและหนูนั้นตัวเมียจะเกิดการตกไข่ก็ต่อเมื่อได้กลิ่นฟีโรโมนของตัวผู้เท่านั้น</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ไม่เกิน 10 ปีที่ผ่านมาที่มีการสกัดเอาฟีโรโมนของมนุษย์เราออกมาได้เป็นผลสำเร็จ โดยสกัดเอาฟีโรโมนจากผิวหนัง ซึ่งเมื่อนำเอาสารสกัดดังกล่าวไปทดสอบกับอาสาสมัครจำนวน 40 คน ผลการทดลองนั้น อาสาสมัครตอบว่ามีความรู้สึกดี เป็นมิตร และอยากตอบสนองต่อความรัก พูดง่ายๆ ก็คือทำให้มีอารมณ์แห่งความรักนั่นเอง</span></p>
<p><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;และเนื่องจากเคยมีการวิจัยพบว่า&nbsp;</span><strong>ในน้ำหล่อลื่นและตกขาวตามธรรมชาติของผู้หญิงที่สะอาดนั้น มักจะมีกลิ่นที่ชวนให้วาบหวาม</strong><span>&nbsp;และบางกลิ่นระเหยออกมาจากจุดซ่อนเร้นของสัตว์บกที่เลี้ยงลูกด้วยนมหลายชนิดในบางห้วงเวลา เมื่อวิเคราะห์ออกมาแล้ว ปรากฏว่าประกอบไปด้วยกรดไขมันบางชนิดที่มีโครงสร้างคล้ายฟีโรโมนด้วย และคุณผู้ชายที่พิสมัยการทำรักด้วยปากกับส่วนนั้นของแฟนคุณ เคยลองสังเกตดูบ้างไหมว่า ในบางช่วง เช่น วันไข่ตกกลิ่นจะเปลี่ยนไป บางครั้งพบว่าผู้หญิงจะมีกลิ่นสะอาด หอมเย้ายวนใจ ออกมาจากส่วนนั้นเหมือนกัน</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปัจจุบันพบว่า ฟีโรโมนของคนเรานั้นจะหลั่งออกมาในปริมาณน้อยนิด จากน้ำมันบริเวณผิวหนังรอบๆ หัวนม, ใต้รักแร้ และบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ฟีโรโมนของคนมีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมน Dhea ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่สร้างมาจากต่อมหมวกไต เป็นต่อมเล็กๆ ที่อยู่เหนือไตทั้งสองข้าง แค่เหมือนเท่านั้น ไม่ใช่เหมือนทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าฟีโรโมนมีโครงสร้างคล้ายฮอร์โมน และออกฤทธิ์ต่อประสาทสมองส่วนจิตใต้สำนึกที่ทำให้คิดถึงเรื่องราวพื้นฐาน ซึ่งก็คือการเจริญพันธุ์ของมนุษยชาติ</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ฟีโรโมนจึงทำให้เกิดอารมณ์รักใคร่ อารมณ์เพศ และกระตุ้นให้มีความต้องการทางเพศต่อเพศตรงข้าม&nbsp;</span><strong><span style="color: #ff6600;">ร่างกายของคนเราจะหลั่งฟีโรโมนออกมาก็ต่อเมื่อเจอกับเพศตรงข้ามที่พึงพอใจ และเมื่อตนเองมีอารมณ์เพศเท่านั้น</span></strong><span>&nbsp;คือ ทำให้เกิดความรัก และเพิ่มอารมณ์ที่จะมีสัมผัสรักทางกายต่อกันและกัน เมื่อคุณเกิดความรักในเขาและเธอ ฟีโรโมนก็จะหลั่งออกมา ไปกระตุ้นให้ฝ่ายตรงข้ามได้รับทราบถึงความรักและความสนใจที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดการตอบสนองตามมา</span>&nbsp; &nbsp;</p>
</div>
<div class="col2"><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;มีการศึกษาพบว่าผู้หญิงที่มีประจำเดือนไม่สม่ำเสมอแล้วเกิดไปแต่งงานขึ้น เธอมีเพศสัมพันธ์กับชายคนรักอย่างสม่ำเสมอ ไม่ช้าไม่นาน ประจำเดือนของเธอก็มาเป็นปกติ แพทย์หลายท่านพยายามอธิบายว่า เกิดจากเซ็กซ์ที่สุขสมทำให้เกิดมีการหลั่งสารแห่งความสุขออกมา จนนอนหลับผ่อนคลาย ฮอร์โมนของการเจริญพันธุ์จึงหลั่งออกมาดี ทำให้มีประจำเดือนเป็นปกติได้</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ตาโต แก้มยิ้ม ความรู้สึกแรกของความรัก</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ขณะที่ รศ.ดร.นัยพินิจ คชภัคดี โครงการศูนย์วิจัยชีววิทยาระบบประสาทและพฤติกรรมสถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่า สารฟีโรโมนในคนยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่ามีจริงหรือไม่ แต่ในจมูกคนจะมีเส้นประสาททั้งหมด 12 คู่ และเส้นประสาทคู่ที่ 0 ในจมูกจะมีเส้นประสาทที่เกิดฮอร์โมนชื่อ Vemeronasal เป็นเส้นประสาทที่มีในสัตว์แคระ เช่น มด ผึ้ง หนู กระต่าย ซึ่งในคนยังไม่มีการระบุว่ามีสารดังกล่าวอยู่ โดยโครงการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีการวิจัยที่เสนอเกี่ยวกับฟีโรโมนในคนว่า กลิ่นรอบเดือนของผู้หญิงจะมีปฏิกิริยาด้านพฤติกรรมต่อเพศตรงข้าม และจากการวิจัยพบว่าเวลาที่นักศึกษาหญิงพักอยู่ในหอหญิงล้วน โดยไม่มีนักศึกษาชายอยู่ร่วมหอพัก รอบเดือนของนักศึกษาหญิงจะมาไม่สม่ำเสมอ แต่หากนักศึกษาหญิงพักในหอที่มีนักศึกษาชายรวมอยู่ด้วยมักจะมีรอบเดือนที่มาตามปกติ</span> <span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ตามหลักฐานข้อหนึ่งที่เกิดขึ้นกับคนและมีลักษณะที่คล้ายกับสัตว์ชั้นต่ำคือ คนเราสามารถรับกลิ่นหอมต่างๆ ได้โดยใช้จมูกรับกลิ่น แต่คนเราสามารถรับกลิ่นที่เรียกว่ความหลงใหล ความชื่นชอบได้ทางสมอง ขณะที่สัตว์ชั้นต่ำจะมีสารดังกล่าวไว้เพื่อดึงดูดเพศตรงข้ามหรือป้องกันภัยจากศัตรู</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ในปัจจุบันไม่มีหลักฐานที่ชี้ชัดว่าคนเรามีสารฟีโรโมนอยู่ในร่างกายจริง แต่ก็มีการวิจัยอยู่เรื่อยๆ ที่ยังไม่มีข้อสรุป โดยมีการวิชัยชิ้นหนึ่งที่ชื่อว่าเซ็กซ์ฟีโรโมน การวิจัยดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ทางธุรกิจการค้ามากมาย และทำให้เกิดความตื่นตัวทางเพศในการทำงานร่วมกัน เซ็กซ์ฟีโรโมนยังเป็นพฤติกรรมทางเพศที่ศึกษาแล้วพบว่า&nbsp;</span><strong><span style="color: #008000;">สิ่งแรกที่จะทำให้คนเราหลงใหลได้ก็คือรูปร่าง หน้าตา รอยยิ้ม ซึ่งจะมีความสำคัญมากกว่ากลิ่น มันจึงขึ้นอยู่กับการมองเห็นมากกว่า อีกข้อคือความรักจะขึ้นอยู่กับวัยของคนด้วยว่ามีประสบการณ์มาอย่างไร และขึ้นอยู่กับทัศนคติของบุคคล</span></strong><span>&nbsp;หากจะกล่าวว่าผู้หญิงมักชอบผู้ชายที่เหมือนพ่อ และผู้ชายมักจะชอบผู้หญิงที่เหมือนแม่ก็ไม่ผิดนัก</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br />
<p></p>
<center><img src="https://www.kengsohigh.com/media/wysiwyg/vno-organ.jpg" alt="" /> </center>
<p></p>
<span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ครั้งแรกที่พบกัน หากมีพฤติกรรมตาโต แก้มยิ้ม มักจะเป็นที่สนใจของเพศตรงข้าม หรือที่เรียกว่าซิมโบลิค พิคเจอร์ และหากได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น จนมีโอกาสได้ออกเดท เดินเที่ยว ทานข้าวด้วยกัน หรือคุยกันแล้วมีรสนิยมที่เหมือนกัน และถ้าเป็นช่วงที่เพศหญิงมีรอบเดือน ผู้หญิงจะยิ่งมีฮอร์โมนเพิ่มมากขึ้น จนทำให้ร่างกายอบอุ่น ส่งผลมาถึงหน้าตาและทำให้สามารถดึงดูดเพศตรงข้ามได้มากขึ้น ส่วนผู้ชายก็จะมีกลิ่นกายเฉพาะตัว ซึ่งไม่ใช่กลิ่นเหงื่อ แต่เป็นกลิ่นหอมๆ ที่รับรู้ด้วยสมองมากกว่าจมูกในเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก ความหลงใหล การสื่อสารภายนอกร่างกาย เป็นการทำงานของสมอง</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;หญิง ชาย สัมผัสฟีโรโมนได้ต่างกัน</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ปิยาภรณ์ รัตนโชติสกุล นักศึกษานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา เล่าให้ฟังว่าเคยดูเรื่อง ของสารฟีโรโมนในรายการเมก้า เครฟเวอร์ วันนั้นเขาทดลองเอาฝาแฝดชายมา 2 คน และให้ทั้งสองคนแยกไปอยู่ในตู้ที่จัดไว้ให้ โดยในตู้หนึ่งมีสารฟีโรโมนที่สกัดมาแล้วอยู่ด้วย แต่อีกตู้หนึ่งไม่มี แล้วก็เชิญผู้หญิงมาร่วมรายการ 5 คน วิธีการเล่นก็คือให้พวกเธอทั้ง 5 คน ปิดตาให้สนิทแล้วให้ใช้ความรู้สึกของตัวเองเลือกว่าชอบที่จะอยู่ตู้ไหนมากกว่ากัน ซึ่งการทดลอปรากฏว่าตู้ที่มีสารฟีโรโมนมีผู้หญิงเลือกถึง 4 คน ส่วนตู้ที่ไม่มีสารฟีโรโมน มีผู้หญิงเลือกแค่คนเดียว</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การทดลองดังกล่าว ทำให้รู้ว่าสารฟีโรโมนมีผลต่อการดึงดูดต่อเพศตรงข้ามจริง เพราะผู้หญิงทั้ง 5 คนต่างปิดตา มองไม่เห็นหรอกว่าคนที่เธอเลือกจะหน้าตาเป็นยังไง ที่สำคัญที่สุดเขาทั้งสองเป็นฝาแฝดกัน สิ่งที่ผู้หญิงทั้ง 5 คนเลือกจึงเป็นเรื่องของความรู้สึกที่ดึงดูดจากเพศตรงข้ามมากกว่า</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ปิยาภรณ์ ยังบอกอีกว่า ในส่วนตัวเธอเชื่อว่า สารฟีโรโมนมีอยู่จริง ถึงแม้ว่าจะไม่เคยดูรายการ เมก้า เครฟเวอร์ มาก่อนเธอก็เชื่ออย่างนั้นเพราะเธอเองก็เคยรู้สึกดี กับผู้ชายคนหนึ่งที่เธอเคยชอบ เธอเชื่อว่าผู้ชายทุกคนมีกลิ่นของตัวเอง ซึ่งทั้งเราและเขาต่างก็ไม่รู้หรอกว่า ไอ้กลิ่นที่ว่านี่มันเป็นยังไง เพราะมันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม หรือกลิ่นเหงื่อ แต่เรารู้แค่ว่ามันเป็นกลิ่นที่เกิดมาจากความรู้สึก กลิ่นดังกล่าวที่ว่านี่มันก็ไม่ใช่ว่าจะเกิดกับทุกคน มันเกิดได้เฉพาะบางคนเท่านั้น มันเป็นความรู้สึกของหัวใจที่มีอิทธิพล เป็นเหตุผลที่ไม่สามารถอธิบายได้</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ด้าน โชติวรรณ รุจิประเสริฐวงศ์ หนุ่มเจ้าเสน่ห์ผู้มีประสบการณ์ในเรื่องของความรัก เล่าให้เราฟังว่า ฟีโรโมนเป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาพร้อมกับกลิ่นตัวซึ่งมีอยู่ในร่างกายของเราทุกคน โดยแต่ละคนก็จะมีกลิ่นที่ต่างกันออกไป กลิ่นที่ว่านี่สามารถดึงดูดเพศตรงข้ามให้มาหลงเสน่ห์ตัวเราได้</span><br /><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span><br /><span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span><span style="text-decoration: underline;">โดยส่วนตัวเชื่อว่า ฟีโรโมนเป็นสารที่สร้างความรู้สึกทางเพศได้ แต่ไม่ถึงขั้นเกิดความรักหรอก</span><span>&nbsp;อย่างเช่นเราไปเจอผู้หญิงคนหนึ่งสวยมากๆ แต่เขาดันผิดกลิ่นที่เราชอบ เราก็ไม่อยากจะคบ โดยส่วนตัวเราไม่รู้นะว่าผู้ชายทุกคนจะเป็นเหมือนเรารึเปล่า คือเราคิดว่าผู้หญิงที่อยู่ในช่วงก่อนที่จะมีรอบเดือนเขาจะดูสวย ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล น่ารักเลยแหละ มันคงเป็นช่วงที่ผู้หญิงมีฮอร์โมนเยอะมากกว่าปกติ จึงทำให้เราสัมผัสได้ถึงความเสน่หา น่าหลงใหลในตัวของพวกเธอ? โชติวรรณ บรรยาย</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;แม้ว่าหลายคนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สารฟีโรโมน สามารถสร้างกลิ่นที่รับรู้ได้ทางสมองจริง แต่เรื่องดังกล่าวก็ยังต้องมีการพิสูจน์กันต่อไป ในขณะที่หลายคนคิดว่าแล้วอะไรล่ะที่เป็นบทพิสูจน์ เรื่องของความรัก มันเป็นอะไรกันแน่ ฟีโรโมนหรือพรหมลิขิต หรืออะไรก็แล้วแต่</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;แต่สิ่งสำคัญที่สุดของคนที่กำลังมีความรัก หรือกำลังเสียใจ ผิดหวังอยู่ คือการใช้หัวใจและเหตุผลควบคู่กันในการตัดสินใจที่จะรักใครสักคน บางทีความรักอาจจะอยู่รอบๆ ตัวคุณ เพียงแต่คุณลองหยุด และก้าวเดินไปอย่างช้าๆ ดูบ้าง คุณอาจจะเจอก็ได้</span><br />
<p>   <img src="https://www.kengsohigh.com/media/wysiwyg/pheromone.jpg" alt="" /> </p>
<span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;************ *********</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;อ้างอิงข้อมูลจาก</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span><a href="http://www.bloggang/" target="_blank"><span style="color: #134d7a;">www.bloggang</span></a><span>. com/viewblog. php?id=neuroguy&amp;date</span><br /><span>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;บทความของ นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ จากนิตยสาร Her World</span></div>]]></description>
      <pubDate>Thu, 04 May 2017 07:30:21 +0000</pubDate>
    </item>
    <item>
      <title><![CDATA[มารู้จักชนิดของน้ำหอมกันดีกว่าครับ]]></title>
      <link>https://www.kengsohigh.com/article/content12/</link>
      <description><![CDATA[<div class="col1" style="text-align: justify;">
<p><strong>สวัสดีครั้งแรกของ Perfume Academy ครับ</strong></p>
<p>ผมว่าหลายท่านคงจับพลัดจับผลูเข้ามาเจอหน้านี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่าเว็บใหม่ของร้านเรานี้มีอะไรบ้าง<br />ส่วนนี้เป็นส่วนสำหรับข้อมูลดีๆเกี่ยวกับน้ำหอม และของหอมๆในโลกนี้ครับ ผมเชื่อว่าคงมีเว็บในไทยไม่มากเท่าไรที่จะเป็นฐานข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับศาสตร์การทำน้ำหอม</p>
<p>เนื่องจากผมเองนอกจากจะเป็นพ่อค้าผสมน้ำหอมขายแล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมชอบ และทำเป็นงานอดิเรกคือการปรุงน้ำหอม หรือพูดง่ายๆคือ ผมเป็น Perfumer (ที่ยังสมัครเล่นอยู่ ในเวลาที่ผมเขียนบทความนี้)</p>
<p>ความหอมเป็นตัณหาอย่างหนึ่งครับ เกิดขึ้นจากสัญญาของมนุษย์ที่ให้ความหมายว่ากลิ่นนี้หอม กลิ่นนี้เหม็น แต่เชื่อมั๊ยครับ ของพวกนี้จริงๆแล้วเป็นมายา กลิ่นเห็นบางชนิด นำมาผสมกัน ได้กลิ่นที่หอม เป็นเอกลักษณ์เลยทีเดียว เช่น กลลิ่น Urine หรือกลิ่นฉี่สัตว์ ดมเดี่ยวแล้วเหม็นเหมือนปัสสาวะแห้งๆมาก แบบกลิ่นฉี่หมาที่เกรอะข้างกำแพงนั่นแหละ แต่เมื่อนำมาผสมกับโน๊ตพวกเครื่องเทศ หรือซิตรัส จะทำให้กลิ่นโน๊ตพวกนั้นโดดเด่นขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาดเลยที่เดียว</p>
<p>เอาล่ะมาเรื่องง่ายๆกันก่อนดีกว่า ไว้หลังๆที่ท่านค่อยๆมีความรู้เพิ่มขึ้นจากการอ่าน PF ซักพัก ผมจะสอนท่านๆทำน้ำหอมกันครับ</p>
<p>คำถามที่ผมมักถูกถามเป็นประจำ จากลูกค้าหน้าเก่าหน้าใหม่คำถามหนึ่งคือ</p>
<p><strong>Eau de&nbsp;Cologne, Eau de Toilette และ Eau de Perfume ต่างกันอย่างไร?</strong>&nbsp;</p>
<p></p>
<center><img alt="" src="https://www.kengsohigh.com/media/wysiwyg/zbc4iedt7tzmdbz9t6ny.jpg" /></center>
<p></p>
<p><strong>1. Eau de Cologne</strong><br />คือน้ำหอมที่มีสัดส่วนของหัวน้ำหอมกับสารละลาย (Solvent)&nbsp;น้อยที่สุดคือ 3-5% มันพบในพวกผลิตภัณฑ์ราคาถูก หรือน้ำหอมที่มีกลิ่นหอมรุนแรงสดชื่นบางชนิด น้ำหอมชนิดแบบนี้มีความติดทนต่ำมาก เพียงครึ่ง ถึงหนึ่งชั่วโมงก็จางหายไปแล้ว มักใช้เพื่อการอื่นๆ เช่นการพรมกระดาษ ผ้าเช็ดหน้า หรือการผสมน้ำเพื่อนำไปผ้าเย็น</p>
<p><strong>2. Eau de Toilette</strong><br />คือน้ำหอมที่มีสัดส่วนของหัวน้ำหอมกับสารละลาย (Solvent)&nbsp; 4-8% นิยมใช้มากที่สุด เนื่องจากประหยัดต้นทุนของทางโรงงานผลิตน้ำหอม ประหยัดเงินของผู้ซื้อ หากต้นตำรับมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เช่น เดิมสารยึดกลิ่น หรือเติมสารดับกลิ่นของสารละลาย ก็จะเป็นผลดี ทำให้คุณภาพน้ำหอมกลิ่นนั้นดีขึ้น แต่ส่วนใหญ่มักจะมีสูตรสำเร็จ (How to) ที่ทำตามๆกันมากกว่า ตุณภาพในตลาดจึงทัดเทียมกัน</p>
</div>
<div class="col2" style="text-align: justify;">
<p><strong>3. Eau de Parfum</strong><br />คือน้ำหอมที่มีสัดส่วนของหัวน้ำหอมกับสารละลาย (Solvent)&nbsp;มากที่สุดคือ 15-18% เกรดนี้คือน้ำหอมในแบบที่ร้านผมใช้ ซึ่งสัดส่วนหัวน้ำหอมมากกว่าที่กำหนดไว้หลายเปอร์ดซ็นต์ครับ นอกจากนี้<span style="text-decoration: underline;"><span>ทางร้านยังได้เติมสารยึดกลิ่นมากกว่าหนึ่งตัว ซึ่งมีผลทางคุณภาพต่างกัน เติมสารลดกลิ่นฉุน เติมสารฟุ้งกระจาย และเติมสารรักษาสภาพ ทำให้คุณภาพน้ำหอมที่ท่านซื้อไป เหนือกว่าที่อื่นใด</span></span>&nbsp;ด้วยตัวธรรมชาติเอง น้ำหอมแบบนี้จะมีความติดทน และคุณภพกลิ่นที่ดีมากอยู่แล้ว แต่เมื่อบวกกับสูตรเฉพาะของร้านซึ่งรับประกันว่าคิดเอง 100% จากกระบวนการคิดทางเคมี น้ำหอมที่นี่ มีแต่คำว่า "คุณภาพสูง" ครับ</p>
<p><img alt="" src="https://www.kengsohigh.com/media/wysiwyg/Vintage_Atomizer_Perfume_Bottle.JPG" style="display: block; margin-left: auto; margin-right: auto;" /></p>
<p>เอาล่ะ พอหอมปากหอมคอแล้วกับความหมายของคำทั้งสามแบบ หลายท่านอาจจะหาว่าผมโม้เรื่องสูตร เพราะของดีจริง ราคาไม่น่าจะอยู่ที่ขนาดนี้ได้ แต่อยากเรียนให้ทราบว่า ผมขายของไม่ได้คิดถึงกำไรเพียงอย่างเดียว ไม่เช่นนั้น คงอยู่ไม่ถึงทุกวันนี้ ผมคิด ผมลงมือทำ ผมขายเองทุกอย่าง ไม่มีค่าอื่นใดมาเกี่ยวข้อง ดังนั้น ณ. ราคาเท่านี้ ผมไม่ขาดทุน</p>
<p>เชื่อมั่นในน้ำหอมของผมได้ครับ&nbsp;<span style="color: #ff6600; font-size: medium;"><strong>ท้าให้เทียบเลย</strong></span></p>
</div>]]></description>
      <pubDate>Thu, 04 May 2017 07:30:21 +0000</pubDate>
    </item>
  </channel>
</rss>
